ของดีเมืองเลย : 4 ที่เที่ยวเชียงคานที่ไม่ควรพลาด

หน้าหนาวคืบคลานเข้ามาทุกที่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าใกล้ถึงเวลาที่จะได้เที่ยวชิมชิลไปกับบรรยากาศห
นาวๆตามแหล่งที่เที่ยวต่างๆเช่นที่เชียงคาน
หนึ่งในที่เที่ยวยอดนิยมของเมืองไทยที่ตั้งอยู่ติดกับริมแม้น้ำโขง
ที่นี่เต็มไปด้วยเรื่องราวของวัฒนธรรมผู้คนชีวิตความเป็นอยู่
และบรรยากษชาศที่สุดยอดมีอากาศบริสุทธิ์ให้คุณได้สูดอย่างเต็มปอด และนี่คือ 4
ที่เที่ยงเชียงคานที่ไปแล้วต้องไม่พลาด
1.ภูทอก
ชื่อดูสั้นๆ แต่สถานที่นั้นสวยจงามจับใจ โดยที่นี่เป็นจุดหนึ่งที่มีวิวทะเลหมอกให้ได้ชม
และเป็นมุมที่สามารถดูพระอาทิตย์ขึ้นได้อีกทั้งยังพิเศษตรงที่สามรถชมวิวเมืองเชียงคานได้ทั้งเมืองเป็นภ
าพที่สวยงามน่าประทับใจ และมันยังเป็นที่ตั้งของสถานีโทรคมนาคมเชียงคาน
ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมที่จะแวะเวียนมาที่นี่เพื่อสัมผัสบรรยากาศ และวิวที่สวยงามในหน้าหนาว
2.ถนนคนเดินเชียงคาน
สำหรับถนนแห่งนี้จะเปิดให้บริการในวันหยุดสุดสัปดาห์ตั้งแต่เวลา 17.00-21.00
โดยมันคือสถานที่ที่ขึ้นชื่อมากที่สุดของเชียงคานที่ใครมาก็ต้องแวะที่นี่อย่างแน่นอนสำหรับทั้งสองฝั่งขอ
งตลาดยังคงไว้ในเรื่องของวัฒนธรรมชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่นั่น
โดยจะมีบ้านไม้เก่าๆทอดยาวไปตลอดทางให้ความรู้สึกย้อนยุค และดูีความอบอุ่น
นอกจากนี้ยังมีโรงแรมเปิดให้บริการรวมไปถึงร้านกาแฟน่านั่งที่มีมากมายหลายร้านเลยทีเดียวอีกทั้งยังมี
ร้านขายของมากมาย
และสินค้าหลายแบบให้เราได้เลือกช็อปที่สำคัญที่นี่ยังมีกิจกรรมให้เช้าจักรยานขี่กินลมชมวิวริมแม้น้ำโข
งอีกด้วย ขณะที่ช่วงเช้าก็มีการใส่ขาตรให้นักท่องเที่ยวได้ทำบุญกัน
3.แก่งคุดคู้
ชื่ออาจจะดูแปลกไปสักนิด แต่หากได้ลองไปแล้วจะติดใจสำหรับแก่งคุดคู้
โดยสถานที่นี่จะถูกรายล้อมไปด้วยวิวที่สวยงามของแม้น้ำโขง
ซึ่งจะมีเรือหางยาวให้เช่ามีทั้งแบบส่วนรวม และเหมาลำสำหรับคนที่มาท่องเที่ยวเป็นหมู่ขณะ
ซึ่งนอกจากจะมีวิวที่สวยงามแล้วยังได้ชมวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขงได้เห็นการจับปลา
และมีอาหารขายมากมาย
ซึ่งของขึ้นชื่อที่ไม่ควรพลาดจะซื้อไปฝากนั่นคือมะพร้าวแก้วที่มีความหวานหอมอร่อยที่จะทำให้คุณติดใ

นอกจากนี้ยังมีภูเขาลูกใหญ่ที่เรียกกันว่าภูเขาควายเงินเป็นฉากหลังสุดสวยงามที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของแ
ม่น้ำอีกด้วย
4. ภูป่าเปาะ
นี่คือจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดของเมืองเชียงคานเลยก็ว่าได้เพราะมียอดเขาเป็นภูเขาหัวตัดที่เหมือนกับลัก
ษณะของปล่องภูเขาไฟนั่นเอง และด้วยเหตุนี้ทำให้มันถูกยกย่องว่าเป็นฟูจิเมืองเลยเลยทีเดียว
สำหรับที่นี่มีจุดชมวิวทั้งหมดกด 4จุดด้วยกัน ซึ่งแต่ละที่จะถูกตั้งไว้ห่าง 200 เมตร
ทำให้ต้องนั่งรถที่เรียกกันว่าอีแต๊กเข้าไปอีกเหตุผลหนึ่งที่ต้องนั่งรถชนิดนี้เพราะทางด้านบนเป็นดินลูกรัง
และมีหลุมบ่อมากมายยากต่อการสัญจรไปมา ซึ่งหกขึ้นไปสูงเท่าไหร่เราก็จะได้ชมวิว
และสูดอากาศที่สดชื่นยิ่งขึ้น ฉะนั้นต้องเตรียมเสื้อกันหนาวไปให้ดี

แต่สิ่งที่สร้างความตื่นเต้นที่สุดคือการเดินทางที่ยากลำบาก
โดยเมื่อรถขึ้นไปถึงแล้วเราจะต้องเดินเท้าไกลกว่า 150 เมตร และต้องลุยป่าเพื่อให้ไปถึงที่หมาย
แต่เมื่อไปถึงแล้วรับรองได้ว่าจะรู้สึกคุ้มค่าเหนื่อยอย่างแน่นอนเพราะสามารถที่จะชมวิวได้แบบ 360
องศา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *