ท่องเที่ยว

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ผัดซีอิ๊ว

Rate this post

ผัดซีอิ๊ว เป็นอาหารยอดนิยมที่มีขายทั่วไปในประเทศไทย
เป็นอาหารที่มักจะเป็นเมนูของทุกร้านอาหารตามสั่ง
โดยส่วนใหญ่แล้วร้านใดที่ขายราดหน้าจะมีขายผัดซีอิ๊วควบคู่กันไป
เพราะ ลักษณะการปรุงคล้ายก๋วยเตี๋ยวคั่ว แต่จะใส่ซีอิ๊วดำหวาน
และใช้ผักคะน้า เป็นวัตถุดิบในการปรุง
ส่วนเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ใช้เป็นส่วนใหญ่คือเส้นใหญ่และเส้นหมี่ขาว
ไม่นิยมใช้เส้นเล็กและบะหมี่
ผักที่นิยมใส่จะมีแต่คะน้าเพียงอย่างเดียว
เนื้อสัตว์ที่นิยมคือไก่และหมู ไม่นิยมใส่ปลาหมึก
โดยทั่วไปมักใส่ไข่ด้วย
ขณะที่ขั้นตอนการปรุงรส จะปรุงรสด้วยซีอิ๊วดำ น้ำตาล
น้ำปลา นำไปผัดในกระทะไฟแรง
รสชาติโดยทั่วไปของผัดซีอิ๊วจึงออกหวานนำ โดยในปี พ.ศ. 2556
CNNgo.com สำรวจว่า ผัดซีอิ๊ว เป็นอาหารไทยอันดับ 1
ที่นักท่องเที่ยวรับประทานมากที่สุด
แต่หากจะเอาแบบครบสูตร ส่วนผสมในการปรุง ผัดซีอิ๊ว
กอปรด้วย สันคอหมู 1 ชิ้น, เส้นหมี่ขาวหรือเส้นใหญ่ 100 กรัม,
ไข่ไก่ 1 ฟอง, ผักคะน้า หั่นท่อน 2 ต้น, กระเทียมสับ ½ ช้อนโต๊ะ,
น้ำตาลทราย ½ ช้อนโต๊ะ, ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำมันหอย 1
ช้อนโต๊ะ, น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ, ซีอิ๊วดำหวาน 1 ช้อนโต๊ะ และ
น้ำเปล่า ½ ถ้วย
โดยขั้นตอนในการทำ ผัดซีอิ๊ว นั้นไม่ยากอย่างที่คิด
เริ่มจากนำ สันคอหมู มาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เพื่อที่จะนำไปผัด
จากนั้นตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมัน ตามด้วย กระเทียมสับ และ
สันคอหมู ลงไปผัดพอใกล้สุก ให้ใส่ไข่ไก่ลงไป
ตามด้วยเส้นหมี่หรือเส้นใหญ่
ที่เหลือก็แค่ปรุงรสด้วย น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย
ซีอิ๊วดำ ผัดให้เข้ากัน และใส่ผักคะน้า เป็นอันเสร็จเตรียมจัดเสิร์ฟ
ทานคู่กับกับพริกป่นและมะนาวตอนร้อนๆ
รับรองอร่อยเหาะอย่าบอกใคร
ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูก๋วยเตี๋ยวที่ขึ้ชื่อของไทย
ซึ่งแม้ว่า ผัดซีอิ๊ว
จะมีเครื่องปรุงและวัตถุดิบที่ทำให้อ้วยแทบทั้งนั้น
แต่ความจริงแล้วคุณค่าทางโภชนาการของเมนูอาหารชนิดนี้
ให้พลังงานสูงถึง 520 กิโลแคลอรี
เพราะการผัดเส้นให้มันเงาและมีกลิ่นหอม กระทะต้องใส่น้ำมันมาก
จึงทำให้ได้ไขมันมากไปด้วย
ในขณะเดียวกันก็ได้โปรตีนวิตามินจาก ไข่ เนื้อหมู
และได้วิตามินเกลือแร่จากผักคะน้า
ปัจจุบันแม้ ผัดซีอิ๊ว
จะเป็นเมนูที่หาทานได้ตามร้านอาหารตามสั่งทั่วไป
แต่ยังมีร้านเด็ดที่เราแนะนำให้คุณไปลองเป็นพิเศษ ไล่ตั้งแต่
แป๊ะราดหน้า ซอยไทยานนท์ 12, ช็องแช๊งราดหน้า
ถนนอัศวพิเชษฐ์, มะ ยอดผักราดหน้าราชวัตร,
ราดหน้าฮ่องกงเล้งกี่ ซอยจุฬาฯ 46 และ ภัตตาคารจ๊ากกี่
ถนนราชวิถี ถือเป็นเจ้าแห่งยุทธภพด้วยกันทั้งสิ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *